ป้ายกำกับ

HONOR ครองอันดับหนึ่งตลาดสมาร์ตโฟนจีนไตรมาสที่ 1 ปี 2567 พร้อมเผยเบื้องหลังเทคโนโลยีสุดล้ำสู่การเติบโตอย่างรวดเร็ว


HONOR ครองอันดับหนึ่งตลาดสมาร์ตโฟนจีนไตรมาสที่ 1 ปี 2567 พร้อมเผยเบื้องหลังเทคโนโลยีสุดล้ำสู่การเติบโตอย่างรวดเร็ว


จากข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ตลาด International Data Corporation หรือ IDC ระบุว่า HONOR ครองอันดับหนึ่งตลาดสมาร์ตโฟนในประเทศจีนจากแบรนด์ทั้งหมดในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 โดย HONOR ก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จสูงสุดจากทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์รวมถึงกลุ่มสมาร์ตโฟนรุ่น Magic6 Series ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์ AI ยอดนิยม อีกทั้งยังมีข้อมูลจากนักวิเคราะห์การตลาดอาวุโสจาก IDC ที่เผยว่าส่วนแบ่งตลาดระดับพรีเมียมของ HONOR (ราคาขายส่ง ≥$600) ในประเทศจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และมียอดการจัดส่งเพิ่มขึ้นถึง 123.3% จากปีก่อน ในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 ตลอดจนการจัดส่งสมาร์ตโฟนรุ่น Magic6 Series ในไตรมาสแรกทุบสถิติใหม่สูงขึ้นกว่าเดิมเมื่อเทียบกับซีรีส์ในรุ่นก่อนหน้าในสองไตรมาสแรก ด้วยการนำเสนอฟังก์ชัน AI ขั้นสูง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบัน


นอกจากนี้ ตลาดในต่างประเทศของ HONOR มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปีที่ผ่านมา ด้วยอัตราการเติบโต 200% ภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 โดย HONOR เดินหน้าเข้าสู่ตลาดมากกว่า 100 ประเทศ และติดอันดับ 5 อันดับแรกในหลายตลาด รวมถึงยุโรป ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และมาเลเซีย

ความมุ่งมั่นอันยาวนานในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา

การเติบโตอย่างรวดเร็วของ HONOR อาจมีความเกี่ยวข้องกับการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของบริษัท โดย HONOR ลงทุนมากกว่า 10% ของรายได้ต่อปีในด้านการวิจัยและพัฒนา โดยเปอร์เซ็นต์ดังกล่าวนี้ยังคงเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในด้านการสำรวจ AI เท่านั้น HONOR ได้ลงทุนไปแล้วกว่า 1 หมื่นล้านหยวน

อีกทั้ง HONOR ยังครองความสามารถในด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมชั้นนำระดับโลก โดยมีผลิตภัณฑ์ด้านการวิจัยและพัฒนามากกว่า 8,000 รายการ ศูนย์วิจัยและพัฒนา 7 แห่ง และห้องปฏิบัติการนวัตกรรมกว่า 100 แห่ง จำนวนการยื่นจดสิทธิบัตรใหม่มากกว่า 300 รายต่อเดือน โดยปัจจุบัน HONOR มีอัตราการทำงานอัตโนมัติที่น่าทึ่งถึง 85% ในสายการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งสามารถผลิตสมาร์ตโฟนหนึ่งเครื่องได้ในทุกๆ 28.5 วินาที



โดยระหว่างวันที่ 24 -25 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจากกลุ่มสื่อมวลชน APAC เข้าเยี่ยมชม Image Lab ของ HONOR ณ Pingshan Intelligent Manufacturing Park และห้องปฏิบัติการ Pingshan Innovative เพื่อสัมผัสประสบการณ์ด้านนวัตกรรมสุดล้ำในผลิตภัณฑ์ของ HONOR พร้อมเปิดเผยเทคโนโลยี Magic ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสมาร์ตโฟน HONOR Magic6 Pro และ HONOR Magic V2




ถ่ายภาพเหนือจินตนาการกับถ่ายภาพด้วยกล้อง AI Falcon

เพื่อตอบสนองต่อความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ "sportography" และความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนได้มุ่งมั่นและทุ่มเทความพยายามอย่างมากในการปรับปรุงความเร็วในการจับภาพและความคมชัดของภาพ ซึ่งจากแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นนี้ HONOR จึงได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านนวัตกรรมกล้อง และต่อยอดพัฒนาจนได้สมาร์ตโฟน HONOR Magic Series ที่มาพร้อมกับระบบกล้อง AI falcon อันเป็นเอกลักษณ์



โดยที่ Image Lab ในเซินเจิ้น HONOR ได้นำระบบทดสอบภาพถ่ายอัตโนมัติที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์มาใช้ ซึ่งช่วยให้ HONOR Image Engine ได้รับการปรับให้เหมาะสมภายใต้สถานการณ์จริงที่หลากหลาย และในเวลาเดียวกัน HONOR ยังได้เปิดตัวอุปกรณ์ทดสอบที่พัฒนาขึ้นเองซึ่งมีความแม่นยำในการโฟกัสระดับแนวหน้าถึง 1,200 จุด อย่างLiDAR Matrix Auto Focus System สำหรับ PORSCHE DESIGN HONOR Magic6 RSR

นอกจากนี้ ภายในห้องปฏิบัติการทดสอบ ยังมีร้านกาแฟ ร้านค้าและคลับต่าง ๆ เสมือนจริง เนื่องจาก HONOR เชื่อว่าข้อมูลเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้ภาพมีชีวิตชีวา แต่ต้องมีการนำประสบการณ์จริงมาใช้เพื่อทดสอบอีกขั้น เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีที่สุดและแม่นยำที่สุด



ก้าวข้ามขอบเขตของเทคโนโลยีวัสดุและโครงสร้าง

HONOR เผยความลับในการก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยีวัสดุและโครงสร้างสำหรับ Magic Series ที่มีความโดดเด่น ในฐานะแบรนด์แรกที่นำเสนอนวัตกรรมแบตเตอรี่รุ่นใหม่จากอุตสาหกรรมยานยนต์มาสู่สมาร์ตโฟน โดยนำแบตเตอรี่ตัวใหม่อย่างซิลิคอนคาร์บอนรุ่นที่สองมาใช้ในสมาร์ทโฟนซีรี่ส์ HONOR Magic6 ด้วยความจุทางทฤษฎีของขั้วบวกที่ใช้ซิลิคอนบริสุทธิ์อยู่ที่ 3579mAh/g ซึ่งมากกว่ากราไฟท์ถึง 10 เท่า ซึ่งเป็นสิ่งที่คล้ายคลึงกับบริษัทอย่าง Tesla จึงช่วยให้มั่นใจได้ถึงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ยอดเยี่ยมและประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้

อีกทั้ง Nano Crystal Shield จาก HONOR Magic6 Pro ยังเป็นอีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจ โดยจอแสดงผลของ HONOR Magic6 Pro ใช้วัสดุขั้นสูงที่มีความหนาแน่นของคริสตัลที่ดีขึ้น 50% ซึ่งเพิ่มความสามารถในการดูดซับแรงกระแทกได้สูงสุดถึง 10 เท่า ทำให้มั่นใจถึงความทนทานต่อแรงกระแทกจากการตกหล่นในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง

สำหรับสมาร์ตโฟนกล้อง AI ระดับเรือธง HONOR Magic6 Pro เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว 

โดย HONOR Magic6 Pro มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่

สีดำ (Black) และ สีเขียวอ่อนผิวหนังสัมผัส (Epi Green Vegan)

จำหน่ายในขนาด 12GB+512GB ราคา 34,990 บาท และ HONOR Magic V2 มีวางจำหน่ายในร้านค้าบางแห่งและร้านค้าที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย โดย HONOR Magic V2 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีม่วง (Purple) และ สีดำ (PU) ความจุขนาด 16GB+512GB ราคา 59,990 บาท ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hihonor.com/th หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ ได้ที่เฟซบุ๊ก HONOR Thailand


realme เสริมทัพ Portrait Master! เตรียมนำเข้ารุ่นเล็กสเปกคุ้ม ทั้ง “realme 12 5G” และ “realme 12X 5G” กับ Lossless 3X Zoom รุ่นแรกในระดับราคาเดียวกันพร้อมรองรับ 5G ในราคาหลักพัน

 

หลังสร้างปรากฏการณ์ The New Portrait Master ที่มาพร้อมแคมเปญกิจกรรมการถ่ายภาพสุดปังแห่งปี Make It Real! สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการสมาร์ตโฟนเมืองไทยไปตามคาด โดยชูไฮไลต์ฟีเจอร์ครั้งแรกและหนึ่งเดียวในเซกเมนต์อย่าง เทคโนโลยีกล้อง ซูมเพอริสโคป ใน realme 12Pro+ 5G และเทคโนโลยี SuperOIS ครั้งแรกของเซกเมนต์ใน realme 12+ 5G ซึ่งถูกอกถูกใจทั้งสายถ่ายภาพ Portrait และ Street Photography เป็นอย่างมาก วันนี้เพื่อตอบรับเสียงเรียกร้องของกลุ่มผู้ใช้งานสายบัดเจ็ตที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การถ่ายภาพขั้นสูงในราคาเบาๆ realme Thailand ซุ่มนำเข้ามือถือรุ่นน้องอีก 2 รุ่นในตระกูลเดียวกัน ทั้ง “realme 12 5G” และ “realme 12X 5G” เพื่อผู้ใช้งานชาวไทยได้เป็นเจ้าของกัน

“realme 12 5G” โดดเด่นด้วยกล้อง Portrait ความละเอียด 108 พิกเซล พร้อมหน่วยความจำ 8+256GB มากที่สุดในเซกเมนต์ โดยเป็นรุ่นแรกในระดับราคาเดียวกันที่ให้ฟีเจอร์ซูม 3 เท่าแบบไม่สูญเสียรายละเอียด พร้อมชุดฟิลเตอร์สีระดับภาพยนตร์จากฝีมือช่างภาพรางวัลออสก้าเหมือนกับรุ่นพี่อย่าง realme 12Pro+ 5G และ realme 12+ 5G และแน่นอน ยังไม่ทิ้งความหรูหราของตระกูล Number Series กับดีไซน์ที่บางเบาเพียง 7.69 มม. โดยเฉพาะการนำดีไซน์โมดุลกล้องทรงกลมในรุ่นเรือธงมาใส่ไว้เป็นรุ่นแรกในกลุ่ม นอกจากนี้ยังเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกับฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง Dynamic Button เพื่อการปรับแต่งและเรียกใช้คำสั่งต่าง ๆได้อย่างรวดเร็ว ก็ยิ่งทำให้ realme 12 5G โดดเด่นเกินราคาไปมาก


“realme 12X 5G” มอบประสบการณ์ 5G ที่ดีที่สุดในเซกเมนต์ระดับบัดเจ็ต ถอดแบบความหรูหรามาจากรุ่น realme 12 5G ทั้งดีไซน์บอดี้ ด้วยความบางเพียง 7.89 มม. นับว่าบางที่สุดในเซกเมนต์ และโมดุลกล้องทรงกลมระดับเรือธง รวมถึงหน่วยความจำ 8+256GB ซึ่งใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์ นอกจากนี้ ยังใช้ชิปเซ็ตประสิทธิภาพสูง กินพลังงานต่ำ จึงสแตนด์บายเครือข่าย 5G ได้ยาวนานและใช้งานได้อย่างทนทานคุ้มค่าสูงสุด


เตรียมพบกับ Portrait Master! แบบตัวจริง พร้อมทั้งความลื่นไหลแบบเต็มประสิทธิภาพจาก 5G ได้พร้อมกันในวันที่ 22 เมษายน ผ่าน Live Stream ทางเฟซบุ๊ค realmeTH (https://www.facebook.com/realmeTH) และ Youtube (https://www.youtube.com/@realmeThailandTH) เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

Messenger เตรียมปล่อยอัปเดท 4 ฟีเจอร์เจ๋งๆ ให้ผู้ใช้ถูกใจแน่นอน!

 


Messenger เตรียมปล่อยอัพเดตใหม่ หลากหลายฟีเจอร์ใหม่บน Messenger ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้การสนทนาและการเชื่อมต่อของผู้คนทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกเป็นไปอย่างราบรื่นและช่วยเติมเต็มอรรถรสยิ่งขึ้น


ไม่ได้มีอัปเดทอะไรใหม่ๆมาซะนาน คราวนี้ Meta เตรียมปล้อยอัปเดทลูกเล่นใหม่ๆ ที่คิดว่าเราๆจะได้ใช้ประโยชน์มากๆแน่นอน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเล้ยย!



1. ส่งรูปภาพที่มีความละเอียดสูงผ่านแชท


สายแชทบน
 Messenger สามารถส่งรูปภาพที่มีความคมชัดมากขึ้นผ่านทางแชทได้แล้ว เพียงเลือกรูปภาพจากปุ่มตัวเลือกในช่องแชท จากนั้นเปิดใช้งานการส่งรูปภาพในรูปแบบความละเอียดสูงด้วยการกดปุ่ม HD ก่อนกดส่ง และยังสามารถเลือกส่งรูปภาพละเอียดสูงได้หลายภาพพร้อมกันอีกด้วย



2. 
สร้างอัลบั้มไว้แชร์รูปภาพกับเพื่อนๆ

ผู้ใช้สามารถสร้างอัลบั้มภาพหรือวิดีโอได้จากในกลุ่มแชทโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นภาพความประทับใจจากทริปการเดินทางช่วงสงกรานต์ในช่วงปีที่ผ่านมา หรือโมเมนต์ฉลองวันเกิดของคนในครอบครัว ก็สามารถเก็บช่วงเวลาเหล่านี้ไว้ในอัลบั้มในกลุ่มแชทได้โดยตรง เพื่อความสะดวกในการแชร์ จัดระเบียบ และเก็บภาพเหล่านี้ไว้เป็นความทรงจำ



 

ผู้ใช้สร้างอัลบั้มใหม่ในกลุ่มแชท ได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนดังนี้

  • เลือกภาพต่าง ๆ จากเมนูส่งรูปภาพที่อยู่ด้านข้างของช่องส่งข้อความ
  • เมื่อกด 'สร้างอัลบั้ม' (Create album) ก็จะมีอัลบั้มไว้เก็บรูปภาพและวิดีโอต่าง ๆ ได้ทันที
  • หรือกดค้างที่รูปภาพที่มีอยู่แล้วในแชท แล้วกด 'สร้างอัลบั้ม'
  • นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเพิ่มภาพลงในอัลบั้มที่มีอยู่แล้วได้ง่าย ๆ โดยกดไปที่ 'เพิ่มไปยังอัลบั้ม’ (Add to album)

 

และยังสามารถเปลี่ยนชื่ออัลบั้มได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนดังนี้

  • กดไปที่อัลบั้มที่ต้องการเปลี่ยนชื่อ
  • กดที่ไอคอนสามจุดเพื่อเปิดเมนู
  • กดเลือก 'แก้ไขชื่อ' (Edit name)
  • เปลี่ยนและยืนยันชื่ออัลบั้มใหม่

ทุกคนที่อยู่ในกลุ่มแชทจะสามารถดู เพิ่ม ลบ และดาวน์โหลดรูปภาพและวิดีโอจากอัลบั้มที่ถูกแชร์ได้ และเมื่อไรก็ตามที่ต้องการค้นหาอัลบั้มที่สร้างไว้ ผู้ใช้สามารถกดไปที่ชื่อกลุ่มแชทและเลือกที่เมนู 'สื่อ' (Mediaได้ทันที



3. เพิ่มเพื่อนใหม่ผ่าน QR code

ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ชื่อหรือเบอร์โทรศัพท์เพื่อเพิ่มเพื่อนใน Messenger อีกต่อไป เนื่องจากในปัจจุบัน ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้นด้วยฟีเจอร์ใหม่ในการเพิ่มเพื่อนผ่านการสแกน QR code ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งจากการสแกน QR code โดยตรง รวมถึงการแชร์ QR code ผ่านลิงก์

ผู้ใช้สามารถให้อีกฝ่ายเพิ่มเป็นเพื่อนทาง Messenger ได้ง่าย ๆ โดยไปที่การตั้งค่าและกดเลือกไอคอน QR code ด้านบน จากนั้นให้เพื่อนสแกน QR code ด้วยกล้องถ่ายภาพบนมือถือ หรือส่งลิงก์ให้อีกฝ่ายโดยการกด 'แบ่งปัน' (Share)


4.ส่งไฟล์ที่มีขนาดใหญ่สูงสุด 100MB ได้จากมือถือโดยตรง

ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอีเมลในการส่งไฟล์ขนาดใหญ่อีกต่อไป ขณะใช้งาน Messenger ผู้ใช้สามารถเลือกปุ่มเครื่องหมายบวก ‘+’ และเลือกไฟล์ที่มีขนาดสูงสุด 100MB เพื่อแชร์ระหว่างการสนทนาผ่านการแชท โดยฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถรองรับไฟล์ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Word, PDF, Excel, และ ZIP





Meta ยังคงเดินหน้าพัฒนา Messenger อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ Messenger เป็นแพลตฟอร์มที่มอบพื้นที่ในการแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของแต่ละบุคคล การสนทนาที่เป็นส่วนตัว และการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูงและครอบครัว หรือชุมชนออนไลน์ในวงกว้างขึ้น โดยเราหวังว่าผู้ใช้จะได้เพลิดเพลินไปกับการใช้งานฟีเจอร์ใหม่ ๆ เหล่านี้ และอย่าลืมติดตามอัปเดทเพิ่มเติมที่กำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ผ่านทาง Meta Thailand Facebook Page https://www.facebook.com/MetaTH


ออปโป้ จับมือ ททท. เปิดแกลเลอรี่ภาพพอร์ตเทรต โชว์เสน่ห์ท่องเที่ยวไทย ในแคมเปญ ‘Proud of Thailand’ จัดแสดงตลอดช่วงสงกรานต์ทั่วกรุงเทพฯ

 
ออปโป้ จับมือ ททท. เปิดแกลเลอรี่ภาพพอร์ตเทรต โชว์เสน่ห์ท่องเที่ยวไทย ในแคมเปญ ‘Proud of Thailand’ ผ่านเลนส์ 8 ช่างภาพชื่อดัง จัดแสดงตลอดช่วงสงกรานต์ทั่วกรุงเทพฯ "ปักหมุดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์, สยามพารากอน และ สยามสแควร์"



ออปโป้ ไทยแลนด์ จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดนิทรรศการภาพพอร์ตเทรตในแคมเปญ “Proud of Thailand” กระตุ้นการท่องเที่ยวให้สงกรานต์ปีนี้อเมซิ่ง และคึกคักทั้งเมืองหลัก-รอง โชว์เสน่ห์ท่องเที่ยวไทยผ่านเลนส์พอร์ตเทรตของ 8 ช่างภาพชื่อดังที่เก็บภาพด้วย OPPO Reno11 Series 5G ถ่ายคนอย่างโปรโชว์ความเป็นไทยระหว่างการท่องเที่ยวใน 8 จังหวัดทั่วไทย พร้อมชวน The Portrait Expert คนล่าสุด “แอนโทเนีย โพซิ้ว” เจ้าของตำแหน่งรองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส และมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2023 มาร่วมอวดความเป็นไทยผ่านภาพพอร์ตเทรตเผยโมเมนต์ดีๆ ในสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าภาคภูมิใจของคนไทย ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศจุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก ภาพทั้งหมดจะถูกจัดแสดงใน OPPO | Amazing Thailand Portrait Gallery เพื่อสาดแรงบัลดาลใจให้คนไทยออกไปท่องเที่ยว

ปักหมุด📌
สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (1-14 เม.ย.)
สยามพารากอน (9-16 เม.ย.)
สยามสแควร์ (13-15 เม.ย.)


ด้าน แอนโทเนีย โพซิ้ว ในฐานะ The Portrait Expert คนใหม่ล่าสุด เล่าอย่างภูมิใจว่า “นึกย้อนกลับไปตอนที่ประกวด Miss Universe แอนภูมิใจมากที่จะบอกเพื่อนๆ ผู้เข้าประกวดว่าบ้านเราทะเลสวยแค่ไหน วัฒนธรรมงดงามแค่ไหน แต่เล่าด้วยปากเปล่าคงนึกไม่ออกเท่าได้เห็นภาพถ่ายจริงๆ หลังจากแอนได้ถือ OPPO Reno11 F 5G แล้วก็พาไปเก็บโมเมนต์แห่งความสุขเวลาได้ไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทยกลับมาอวดเพื่อนๆ และแฟนๆ ตลอด พอได้เห็นภาพที่นำมาจัดแสดงแล้วบอกเลยว่าว้าวมากๆ บางที่เราเคยไปมาก่อนนะ แต่เราไม่เคยเห็นมุมนี้มาก่อนเลย ดูภาพที่ช่างภาพถ่ายกลับมาแล้วทำให้อยากรู้สึกกลับไปเที่ยวที่นั้นอีกครั้งเพื่อดูให้เห็นด้วยตาตัวเอง”




คุณจิตสุภา ทองเพิ่มสิน ช่างภาพชื่อดังจากเพจ Escape to หนึ่งในผู้จัดแสดงภาพถ่าย เล่าว่า “จูนได้ไปท่องเที่ยวที่จังหวัดนครพนม ชื่นชอบศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นหลายที่ในจังหวัดนี้ สะท้อนถึงความเป็นไทย และมีโอกาสได้ไปเที่ยวชมศิลปะสถาปัตยกรรมที่สวยงามและจรรโลงใจ ทำให้ได้แรงบันดาลใจในการถ่ายภาพมากขึ้น หลายคนอาจจะเคยไปก็สัมผัสได้ว่าธรรมชาติสวยงาม แต่ถ้าได้ลองใช้เวลาสักพัก คุณจะสัมผัสได้ถึงความสงบและเรียบง่ายของวิถีชีวิตคนพื้นถิ่นที่ทำให้พวกเราใจฟู เราถ่ายทอดวิถีชีวิตเหล่านั้นผ่านภาพพอร์ตเทรตที่ช่วยให้เก็บสีหน้าอารมณ์ความรู้สึกให้เห็นรายละเอียดได้ชัดเจนมากขึ้นด้วยความสามารถถ่ายคนอย่างโปรระดับ DSLR จาก OPPO Reno11 Series 5G ที่ประกอบด้วยกล้องความละเอียดสูง และเลนส์ Telephoto Portrait Camera เมื่อเปิดโหมด Portrait จะทำให้ถ่ายภาพคนได้สวยทุกระยะ หน้าชัดหลังละลาย และยังสามารถเก็บภาพทิวทัศน์ได้ครบอีกด้วย อยากให้ทุกคนลองไปชมภาพกัน นอกจากผลงานของเราแล้วยังมีผลงานจากช่างภาพชื่อดังมากมาย”



คุณพฐนนฐ์ อมรประดิษฐ์กุล ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ออปโป้ ประเทศไทย กล่าวว่า ออปโป้ได้ยกระดับนวัตกรรมกล้องบนสมาร์ตโฟนอย่างต่อเนื่องทุกปี ล่าสุดปีนี้เราได้ยกระดับแนวคิด ‘ถ่ายคนอย่างโปร’ ไปอีกขั้นกับการพัฒนาก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในการถ่ายภาพคนระดับมืออาชีพให้ภาพสวยคมชัดระดับ DSLR และสามารถใช้ฟังก์ชัน AI ได้แล้วบนสมาร์ตโฟน OPPO Reno11 Series 5รุ่นล่าสุด ด้วยภาพพอร์ตเทรตที่สวยคมชัดจึงทำให้สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ได้รับความนิยมในคนรุ่นใหม่ที่รักการท่องเที่ยว เพราะสามารถถ่ายภาพคนในช่วงเวลาแห่งความสุขเพื่อบันทึกความประทับใจในการท่องเที่ยวที่น่าจดจำ และเพื่อให้สอดคล้องไปกับ พันธกิจของออปโป้ อย่าง “Technology for Mankind, Kindness for the World” ที่ออปโป้ยึดถือมาโดยตลอด ออปโป้มุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างสรรค์ผ่านนวัตกรรมที่ดีที่สุดเพื่อต่อยอดจินตนาการได้ไม่รู้จบ เราจึงร่วมมือกับ ททท. เปิดแคมเปญใหญ่ ‘Proud of Thailand’ นำเสนอตัวอย่างภาพความสวยงามของประเทศไทยระดับมาสเตอร์พีซโดยช่างภาพชื่อดังผ่านสมาร์ตโฟน OPPO Reno11 Series 5และติดแฮชแท็ก #OPPOxAmazingThailand #OPPOPortraitGallery_TH #สุขทันทีที่เที่ยวไทยจากทั่วประเทศ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ค้นพบประสบการณ์การถ่ายภาพพอร์ตเทรตในมุมมองใหม่และเกิดแรงบันดาลใจในการออกเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย โดยมีกำหนดจัดแสดงตลอดช่วงสงกรานต์ใน 3 สถานที่ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติให้ได้ซึมซับเสน่ห์ท่องเที่ยวไทยผ่านภาพพอร์ตเทรต


คุณสมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 
กล่าวว่า ททท. ขานรับนโยบายรัฐบาลที่ให้การท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยด้านตลาดในประเทศมีแนวทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวหลัก คือ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ส่งเสริมการท่องเที่ยววันธรรมดา และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน ผ่าน Soft Power ประเทศไทยในเรื่องของ อาหาร กีฬา แฟชั่น ภาพยนตร์ และเทศกาลงานประเพณี เพื่อสร้างกระแสให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 2567 ภายใต้แคมเปญ “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” และมุ่งสู่เป้าหมายรายได้ทางการท่องเที่ยวในประเทศ 1.08  ล้านล้านบาทและรายได้ทางการท่องเที่ยวรวม ล้านล้านบาท ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยจะร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสที่ “ประเพณีสงกรานต์ประเทศไทย” ได้รับการประกาศจากองค์กรยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ช่วงเดือนเมษายน 2567 ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพฯเชียงใหม่, ขอนแก่น, นครศรีธรรมราช, ชลบุรี เป็นต้น ททท.จึงร่วมมือกับ OPPO พันธมิตรทางการท่องเที่ยวจัดแคมเปญ OPPO | Amazing Thailand Portrait Gallery ซึ่งเป็นการร่วมมือกันครั้งแรกในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยนำเสนอเสน่ห์ของประเทศไทยในมุมของ วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี อาหาร ธรรมชาติ และมิตรไมตรีของคนไทย ผ่านภาพถ่ายพอร์ตเทรตจากสมาร์ตโฟน OPPO ในพื้นที่ จังหวัดที่ ททท. ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ได้แก่ นครพนม สุโขทัย สตูล นราธิวาส ยะลา ปัตตานี ตราด และกาญจนบุรี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออกเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์จากนิทรรศการภาพถ่าย อีกทั้ง บอกต่อความสุขระหว่างการเดินทางและสัมผัสสวยงามของประเทศไทยผ่านการแชร์ภาพถ่ายจากสมาร์ตโฟนของ OPPO  ซึ่งแคมเปญนี้จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศได้เป็นอย่างดี โดยคาดการณ์ว่ากิจกรรมช่วงสงกรานต์จะกระตุ้นให้มีจำนวนการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศประมาณ 15.03 ล้านคน-ครั้ง และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 52,500 ล้านบาท 



OPPO Reno11 Series 5G รุ่นล่าสุด นำเสนอ รุ่นให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ เริ่มจาก OPPO Reno11 F 5G รุ่นเริ่มต้นดีไซน์เบาบาง สีใหม่เอี่ยม ถ่ายภาพคนสวยทุกระยะ สนุกทุกโมเมนต์ มาในดีไซน์ขอบเหลี่ยมบางเพียง 7.54 มม. และมีน้ำหนักเบาเพียง 178 กรัม ฝาหลังตัวเครื่องได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สนุกทุกโมเมนต์บนหน้าจอใหญ่ขนาด 6.7” ด้วยอัตรารีเฟรชสูงถึง 120Hz ลื่นไหล กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP65 มาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 64MP สวยทุกระยะ หน้าชัดหลังละลายด้วยโหมด Portrait และกล้องมุมกว้างพิเศษ 112 องศา ความละเอียด 8MP พร้อมด้วยเซ็นเซอร์ Sony IMX355 นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวิดีโอคมชัดระดับ 4K 30fps รองรับ LinkBoost เพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณเครือข่าย แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh รองรับการชาร์จไว 67W SUPERVOOC พูดคุยได้เสียงดังฟังชัดกว่าเดิม 300% ด้วยโหมด Clear Voice และ Ultra Volume รวมถึงหน่วยความจำแบบจุใจ RAM 8GB + ROM 256GB อีกด้วย ราคา 10,990 บาท

รวมภาพบรรยากาศความประทับใจกิจกรรม HONOR Magic6 Pro Blue Carpet ณ HONOR Experience Store เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ



9 เมษายน 2567, กรุงเทพฯ – ออเนอร์ (HONOR) ผู้ให้บริการอุปกรณ์อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก
รวมภาพบรรยากาศกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ HONOR Magic6 Pro Blue Carpet ที่จัดขึ้นเพื่อส่งมอบสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด HONOR Magic6 Pro ให้กับผู้ใช้ที่ลงทะเบียนและจองล่วงหน้า จำนวน 50 ท่าน โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 6 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ณ HONOR Experience Store ชั้น 2 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ


โดยในงาน ได้รับเกียรติจาก นายพลภัทร์ สายบัวทอง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ออเนอร์ ประเทศไทย มาให้รายละเอียดเกี่ยวกับภาพรวมของแบรนด์ ความน่าสนใจด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในผลิตภัณฑ์ของ HONOR ตลอดจนคุณสมบัติและจุดเด่นของสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ HONOR Magic6 Pro พร้อมด้วย
นายเมธาพัฒน์ เดชะเศรษฐ์ศิริ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท นิว เลจเจินด์ อินดัสเทรียล จำกัด เป็นตัวแทนส่งต่อเรื่องราวดี ๆ กับกิจกรรมแข่งขันภาพถ่ายระดับโลก HONOR Magic Moments ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพทั่วโลกส่งผลงานผ่านทางเว็บไซต์เข้าร่วมแข่งขันเพื่อชิงรางวัล ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ใช้ได้สร้างสรรค์ความเป็นตัวตนผ่านผลงานภาพถ่ายที่เหนือจินตนาการ อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากพันธมิตร
นางสาววรรณธพร วงค์ไฉไล รีเทลบายเออร์ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) ร่วมถ่ายภาพ 



นอกจากลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 50 คน จะได้สัมผัสกับประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าจาก HONOR Magic6 Pro ยังพบกับกิจกรรมที่ HONOR ได้จัดเตรียมไว้เพื่อส่งมอบความสุขกับการเล่นเกมและแจกของพรีเมียมสุดพิเศษแบบจัดเต็มมากมาย ซึ่งตลอดการจัดงานตั้งแต่ช่วงเช้าไปถึงช่วงบ่าย บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน คึกคัก และปิดท้ายด้วยการส่งมอบสมาร์ตโฟน HONOR Magic6 Pro 




สัมผัสประสบการณ์การถ่ายภาพเหนือจินตนาการด้วยเทคโนโลยี AI สุดอัจฉริยะ กับสมาร์ตโฟนเรือธง HONOR Magic6 Pro สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 34,990 บาท เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้! และพิเศษสุด Early Bird Promotion ตั้งแต่วันนี้ - 21 เมษายน 2567 เลือกรับ Trade Up ราคาเครื่องเดิมมูลค่าเท่าไหร่ทางโปรโมชั่นเพิ่มมูลค่าให้อีกถึง 5,000 บาท* หรือ เลือกรับฟรี ลำโพง HARMAN KARDON ONYX STUDIO 7 มูลค่า 5,990 บาท* (โปรโมชั่นรับฟรีลำโพงมีเฉพาะสั่งซื้อทางช่องทางออนไลน์เท่านั้น) สามารถซื้อได้ที่ HONOR Experience Store ทุกสาขา และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.honor.com/th/ หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊ก HONOR Thailand


เสียวหมี่เผยกำไรสุทธิในปี 2566 พุ่ง 126.3% เป็น 19.3 พันล้านหยวน

 เสียวหมี่เผยกำไรสุทธิในปี 2566 พุ่ง 126.3% เป็น 19.3 พันล้านหยวน ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นสะท้อนถึงความคล่องตัวและประสิทธิภาพของเสียวหมี่ในการดำเนินธุรกิจ

 

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 22 มีนาคม 2567 – เสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน ("เสียวหมี่หรือ "กลุ่มธุรกิจ") บริษัทด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะด้วยการเป็นผู้นำด้านสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เผยผลการดำเนินงานที่สอบทานแล้ว สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 (“ช่วงเวลา”) ในปี 2566 รายรับรวมของกลุ่มธุรกิจอยู่ที่ 271.0 พันล้านหยวน ในขณะที่กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 126.3% เป็น 19.3 พันล้านหยวน โดยกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วสูงขึ้นเกินความคาดหมายของตลาด และนับเป็นยอดกำไรที่สูงสุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในไตรมาส ปี 2566 รายรับรวมของเสียวหมี่เพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน โดยแตะ 73.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) และกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 236.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) เป็น 4.9 พันล้านหยวน

 

ตลอดปี 2566 เสียวหมี่ได้ใช้กลยุทธ์การดำเนินงานหลักที่ “มุ่งเน้นทั้งในด้านขนาดและความสามารถในการทำกำไรควบคู่กัน” นอกจากนี้ ปี 2566 ยังถือเป็นปีแรกที่เสียวหมี่ได้อัปเกรดกลยุทธ์องค์กรในรูปแบบระบบนิเวศอัจฉริยะแบบ “คน × รถยนต์ × บ้าน” (“Human × Car × Home”) สำหรับผลการดำเนินงาน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 เสียวหมี่มีกำไรเติบโตพุ่งสูงขึ้น และในช่วงครึ่งหลังของปี มีรายรับรายไตรมาสที่ฟื้นตัวขึ้น ผลการดำเนินงานที่เป็นตัวชี้วัดทั้งสองนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นตัวและประสิทธิภาพในการเติบโตที่โดดเด่นของกลุ่มธุรกิจ ในส่วนของการพัฒนาระบบนิเวศ เสียวหมี่ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ “Xiaomi HyperOS” และจัดงานเปิดตัวเทคโนโลยี Xiaomi EV นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในซีรีส์ Xiaomi SU7 ในวันที่ 28 มีนาคม 2567 เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับพอร์ตโฟลิโอระบบนิเวศของกลุ่มธุรกิจ

 

กลยุทธ์สินค้าและบริการในกลุ่มพรีเมียม (premiumization) ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดความต้องการสูงขึ้นในสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง (flagship)

ในส่วนของสมาร์ทโฟน ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกของเสียวหมี่สูงถึงประมาณ 145.6 ล้านเครื่องในปี 2566 โดยมีรายรับจากสมาร์ทโฟนต่อปีอยู่ที่ 157.5 พันล้านหยวน และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 14.6% จากข้อมูลของ Canalys เสียวหมี่ยังคงรักษายอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกเป็นอันดับ เป็นปีที่ ติดต่อกัน ในไตรมาส ปี 2566 ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกของกลุ่มธุรกิจมีจำนวน 40.5 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 23.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY)

 

ท่ามกลางการแข่งขันในตลาด เสียวหมี่ยังคงเปิดรับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี และก้าวต่อไปในตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม ในปี 2566 ราคาขายเฉลี่ย (“ASP”) ของสมาร์ทโฟนของกลุ่มธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้นกว่า 19% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) นอกจากนี้ ในปี 2566 ส่วนแบ่งการตลาดของเสียวหมี่ในการขายสมาร์ทโฟนในกลุ่มราคา 4,000-6,000 หยวนในจีนแผ่นดินใหญ่ยังสูงถึง 16.9% เพิ่มขึ้น 9.2 จุดเปอร์เซ็นต์จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) อันดับยอดขายในกลุ่มราคาเดียวกันเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ ในไตรมาส นอกจากนี้ สัดส่วนยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมของเสียวหมี่ในประเทศจีน (รุ่นที่มีราคาขายปลีกอยู่ที่ 3,000 หยวนขึ้นไป) ยังมียอดกว่า 20% ของยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั้งหมดของกลุ่มธุรกิจในปีนี้

 

ในฐานะหนึ่งในแบรนด์ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของจีน สมาร์ทโฟนเสียวหมี่ยังคงรักษาตำแหน่งอันแข็งแกร่งในตลาดโลกเมื่อปีที่แล้ว จากข้อมูลของ Canalys ในปี 2566 ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ติดอันดับหนึ่งในสามอันดับแรกใน 51 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก และติดอันดับหนึ่งในห้าอันดับแรกใน 65 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่อยู่ในอันดับที่ ในตะวันออกกลาง และอันดับที่ ในละตินอเมริกา แอฟริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีส่วนแบ่งการที่ตลาดเติบโตในภูมิภาคเหล่านี้ทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง (flagship) ยังได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Xiaomi 14 series ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้ใช้

 

กลยุทธ์การดำเนินงานค้าปลีกใหม่ของเสียวหมี่ “การบูรณาการหน้าร้าน” ประสบผลสำเร็จด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพของร้านค้าปลีกออฟไลน์อย่างมีนัยสำคัญ ในปี 2566 ส่วนแบ่งการตลาดของเสียวหมี่ในยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนผ่านช่องทางออฟไลน์ในประเทศจีนเพิ่มขึ้นเป็น 8.4%

 

จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม AIoT สูงเป็นประวัติการณ์ และได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางในตลาดต่างประเทศ

ในปี 2566 รายรับจากผลิตภัณฑ์ IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ของเสียวหมี่อยู่ที่ 80.1 พันล้านหยวน และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 16.3% ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อ (ไม่รวมสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และ แล็ปท็อป) บนแพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่สูงถึง 739.7 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 25.5% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) จำนวนผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์ห้าเครื่องขึ้นไปเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AIoT (ไม่รวมสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแล็ปท็อป) สูงถึง 14.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 25.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) และจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนของแอป Mi Home ของกลุ่มธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็น 85.8 ล้านในเดือนธันวาคม 2566

 

เสียวหมี่ยังคงขยายขอบเขตการใช้ชีวิตอัจฉริยะและได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน Xiaomi TV ได้พัฒนากลยุทธ์ premiumization จากข้อมูลของ All View Cloud ในปี 2566 ยอดการจัดส่งทีวีของเสียวหมี่ติดอันดับหนึ่งในห้าอันดับแรกของโลก ในปี 2566 เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอัจฉริยะขนาดใหญ่ของเสียวหมี่ยังคงรักษาระดับการเติบโตในด้านยอดขาย โดยมีรายรับเพิ่มขึ้นเกือบ 40% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ยอดการจัดส่งแท็บเล็ตทั่วโลกของ Xiaomi เกิน ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดการจัดส่งแท็บเล็ตประจำปีของเสียวหมี่ในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นสองเท่าจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) สำหรับธุรกิจผลิตภัณฑ์อุปกรณ์สวมใส่ เสียวหมี่ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมด้วยคุณสมบัติที่ครอบคลุมและกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย จากข้อมูลของ Canalys ในปี 2566 ยอดการจัดส่งสายรัดข้อมือแบบสวมใส่ของเสียวหมี่อยู่ในอันดับที่ ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และในตลาดโลก และยอดการจัดส่งหูฟังไร้สาย TWS อยู่ในอันดับที่ ในประเทศจีน

 

มุ่งเน้นการทำงานร่วมกันเพื่อกระตุ้นการเติบโตอย่างยั่งยืนในธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ต

ในปี 2566 บริการอินเทอร์เน็ตของกลุ่มธุรกิจทำสถิติสูงสุดทั้งในด้านรายรับและอัตรากำไรขั้นต้น โดยมีรายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตสูงถึง 30.1 พันล้านหยวน และอัตรากำไรขั้นต้นของบริการอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 74.2% ด้วยการดำเนินงานทั่วโลก จำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนของเสียวหมี่ทั่วโลกและในจีนแผ่นดินใหญ่ (รวมถึงสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต) มีจำนวนถึง 641.2 ล้านราย และ 155.6 ล้านราย ตามลำดับ

 

ในด้านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในระดับโลก เสียวหมี่ใช้แนวทางที่เปิดกว้าง เพื่อปลดปล่อยศักยภาพในการสร้างรายได้จากธุรกิจ ในปี 2566 รายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศของเสียวหมี่เพิ่มขึ้น 24.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) เป็น 8.4 พันล้านหยวน ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์และคิดเป็น 28.0% ของรายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตทั้งหมดของกลุ่มธุรกิจ

 

ในขณะที่เสียวหมี่ยังคงเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง รายรับจากการโฆษณาของกลุ่มธุรกิจสูงถึง 20.5 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 11.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) นอกเหนือจากความก้าวหน้าของกลยุทธ์สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมแล้ว จำนวนผู้ใช้งานและผู้ใช้งานที่ชำระเงินของธุรกิจเกมของกลุ่มธุรกิจยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายรับจากการเกมแตะ 4.4 พันล้านหยวนในปี 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้น 7.0% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY)

 

เสียวหมี่ตั้งเป้าหมายใหม่สำหรับปี 2563-2573 โดยมุ่งลงทุนในเทคโนโลยีหลักที่เป็นรากฐานเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลก

ในปี 2566 เสียวหมี่ได้ประกาศเป้าหมายใหม่สำหรับปี 2563-2573 กลุ่มธุรกิจมุ่งมั่นที่จะลงทุนอย่างยั่งยืนในเทคโนโลยีหลักพื้นฐาน และมุ่งสู่การเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลก ในปี 2566 เงินด้านการวิจัยและพัฒนา (“R&D”) ของเสียวหมี่อยู่ที่ 19.1 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 19.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 กลุ่มธุรกิจมีบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา 17,800 คน คิดเป็น 53% ของพนักงานทั้งหมด

 

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2566 เสียวหมี่ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ EV ตัวแรกในซีรีส์ Xiaomi SU7 ในงานเปิดตัวเทคโนโลยี Xiaomi EV งานดังกล่าวจัดแสดงเทคโนโลยีหลักทั้งห้าของ Xiaomi EV ซึ่งนับเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในธุรกิจใหม่ของเสียวหมี่