ป้ายกำกับ

Mizuno Wave Duel Neo บทสรุปแห่งความจัดจ้าน ในทุกย่านความเร็ว

MIZUNO WAVE DUEL NEO

ขณะที่หลายๆค่ายเน้นพัฒนารองเท้าจากพื้นฐานใหม่ให้ หนา นุ่ม เด้งและดีดด้วย แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ Mizuno นั้นกลับเลือกคิดและเดินตามแนวที่ตัวเองถนัดกับการปฏิวัติรองเท้า Racing Flat แบบเดิมให้ดีขึ้นไปอีกระดับด้วยโฟมที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองไม่ตามกระแส
แต่ Mizuno ขอท้าดวลการเป็นเจ้าความเร็วกับเค้าด้วยการเปิดตัวโฟมใหม่ Enerzy พร้อมเรือธงตัวล่าสุด ในชื่อว่า Mizuno Wave Duel Neo


รองเท้าคู่ที่ได้มาทดสอบนี้ขนาด 9US มีน้ำหนักอยู่ที่ 198g การสวมใส่ครั้งแรกถ้าใครไม่เคยใส่รองเท้าข้อสูงคงลำบากในครั้งแรกๆ ขอแนะนำให้ดึง Pull Tab ทั้งด้านหน้าและหลังพร้อมๆกันจะใส่ได้ง่ายขึ้น


ส่วน Upper ของรองเท้านั้นต้องของบอกว่าเป็น Knit ที่ทำมาได้ดีงาม มีพร้อมทั้งความกระชับและความสบายช่วงหน้าเท้าที่เพียงพอสำหรับคนเท้ากว้างเกือบ 2E แบบผม ส่วน Heel Lock ทำมาได้สมบูรณ์และแน่นหนา แต่ที่เป็นจุดสังเกตคทอเชือกที่ให้มายาวเกินความจำเป็นไปมากเหมือนกัน


ด้านขนาดแนะนำคนเท้าปกติใส่ตรงไซส์ (ความยาวเท้าจริงบวกไปอีก 1cm) และบวกครึ่งไซส์จากปกติสำหรับคนหน้าเท้ากว้าง


เนื่องด้วยยังมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่เอ็นร้อยหวายมาพอสมควรผมเลยตัดสินใจวิ่งในระยะทางสั้นๆประมาณแค่ 5K แบบได้แค่ไหนแค่นั้น หลังจากทำการวอร์มอัพแบบ Dynamic Stretch แล้วผมก็เริ่มทำการวอร์มอัพด้วย Pace 5 ปลายๆไปประมาณหนึ่งกิโลก่อนจะปล่อยตัวไปกับ Natural Flow โดยไม่เร่งของรองเท้าที่มีความเร็วค่อนข้างสูงกว่ารองเท้า Daily Trainer ทั่วไปค่อนข้างมากที่ Pace 4 ปลายๆ การวิ่งที่เพซนี้ค่อนข้างเป็น Pace ธรรมชาติของรองเท้าคู่นี้ทีเดียวไปได้เรื่อยๆโดยไม่ต้องเค้นกำลังมาช่วยส่ง สองกิโลสุดท้ายผมเพิ่มกำลังส่งช่วยนิดหน่อยไปที่ Pace 4 กลางๆจนกระทั่งจบ 5K ได้โดยไม่เหนื่อยมากเท่าไหร่ พร้อมกับ New PB 3 รายการทั้ง 1K 1MI และ 5K ถือว่าตัวรองเท้าสอบผ่านได้สบายๆในแง่ของประสิทธิภาพความเร็ว


อัตราการคืนแรงส่งของ Midsole จากโฟม Mizuno Enerzy Lite ต้องบอกว่าสมกับเป็นโฟมที่ Mizuno ตั้งใจผลิตจริงๆ มีอัตราคืนแรงส่งที่ดีเยี่ยมใกล้เคียงกับโฟม Floatride ที่เป็น Peba ของทาง Reebok Floatride Run Fast Pro ที่ถูกจัดให้เป็น Racing Flat ที่เร็วที่สุดในช่วงสองปีหลัง ยิ่งเมื่อผสานกับ Wave Plate รุ่นใหม่ทำจาก แผ่น Pebax ที่ฝังอยู่ใน Midsole ยิ่งทำให้ Racing Flat รุ่นดังๆก่อนหน้านี้กลายเป็นของคนละยุคไปเลยทีเดียว 


เรื่อง Cushion คงถูกใจกลายๆคนที่ไม่ชอบรองเท้า หนา นุ่ม ซัพพอร์ต ที่ขาดซึ่งความมั่นคงพาลจะพาแหกโค้งเวลาวิ่งเร็วๆเจอโค้งแคบ อารมณ์ของการเป็น Racing Flat ยังมาเต็มที่แต่ลดความแข็งกระด้างลงมหาศาล ไม่จัดว่าเป็นรองเท้าที่หนานุ่มแต่ก็ไม่ได้กระด้างสะเทือนแบบรองเท้าวิ่ง Racing Flat รุ่นอื่น เรียกได้ว่าถ้าท่านสามารถวิ่งรองเท้าแบบ Pegasus 34 ได้ คู่นี้ได้ก็สบายๆ เช่นกัน


อีกส่วนหนึ่งที่เราจัดว่าเป็นพระเอกของรองเท้าคู่นี้คือ Outsole ที่ออกแบบมาเป็นทรงสี่เหลี่ยมปีกปูนจำนวนมากโดยปราศจากเนื้อยางในช่วงกลาง ทำให้เปียกปูนทั้งหลายพร้อมที่จะจิกพื้นและส่งกำลังให้พุ่งไปข้างหน้าได้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง มีข้อกังวลนิดๆว่าถ้าวิ่งพื้นปูนแข็งๆบ่อยๆเหล่าเปียกปูนจะทนได้แค่ไหน แต่จากการที่วิ่งผ่านมา 5 K ในสปีดที่สูงพอควร ยังไม่เจออาการสึกหรอใดๆกับ Outsole นี้


บทสรุป
New Generation of Racing Flat หลังจากที่ปล่อยให้ Reebok Floatride Run Fast Pro นั้นเหงาในฐานะ New Generation ของ Racing Flat มาหลายปี Mizuno ก็รังสรรค์​อีกหนึ่งเพชรที่งดงามจากสาย Racing Flat ออกมาสู่โลก เป็น New Generation ที่ไม่ทิ้งการเป็นตัวตนของรองเท้าแข่งสายสปีด แต่ปรับปรุงข้อด้อยต่างๆของ Racing Flat ให้ยกระดับไปอีกขั้น


หากจะเทียบความเร็วกับรองเท้า Carbon กระแสหลักในทุกวันนี้ ผมเชื่อได้ว่า Mizuno นั้นเยี่ยมที่ไม่ต้องไหลไปกับกระแสคาร์บอนด์และทำรองเท้าที่สามารถยืนแลกหมัดกับเหล่า Carbon ทั้งหลายได้สบายๆ แม้อาจจะยังด้อยกว่าในระยะ Marathon แต่ 5K 10K 21K Wave Duel Neo คู่นี้พร้อมรับคำท้า ณ วันนี้ได้อย่างสบายๆ ครับ

ล่าสุดในเดือนกันยานี้  Wave Duel Neo กำลังจะมีสีใหม่ที่สดและสวยมากๆ เป็นสีน้ำเงินแดงฮะ สวยมากๆ (ตามรูปด้านล่าง) สนนราคา 5,500 บาทเท่าเดิม นับว่าเป็นรองเท้าวิ่ง Racing Flat แนวใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดรุ่นนึงในตลาดตอนนี้เลยทีเดียว



เทสโดย Tittawat Chotpakditrakul จาก คลับรีวิวรองเท้าวิ่งจากนักวิ่งเพื่อนักวิ่ง

Xiaomi สุดเจ๋ง!! ปล่อยคลิปโชว์เทคโนโลยีกล้องหน้าใต้จอกับ Mi 10 Ultra รุ่นพิเศษ

สดๆร้อนๆเลยกับคลิปโชว์สมาร์ทโฟน Xiaomi Mi 10 Ultra เวอร์ชั่นใหม่กล้องหน้าใต้จอแบบไร้รู ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 แล้วสำหรับกล้องหน้าใต้จอของ Xiaomi

Add caption


ทีนี้เราก็จะสามารถใช้งานหน้าจอได้เต็ม 100% ไม่มีรูดำรบกวนสายตาแล้ว


คาดว่าจะได้เห็นเทคโนโลยีนี้ถูกผลิตและนำออกมาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันจริงๆในปีหน้า(2021)


ชมคลิป





Sauce : iceuniverse

ซัมซุงเปิดตัว Odyssey G9 จอโค้ง 49 นิ้ว ความละเอียระดับ Double QHD

Add caption

ซัมซุงเปิดตัว จอ Curve Gaming Monitor รุ่น Odyssey G9 สเปคเทพสุด

จอ QLED 49 นิ้ว ความละเอียด Double QHD
Refresh rate 240Hz/1ms อัตราส่วน 32:9  รองรับ HDR10+  จอโค้งที่ 1000R พอดีกับระยะสายตา 

นอกจากเปิดตัวรุ่นท็อปแล้ว ยังเปิดตัวรุ่นเล็ก G7 กับขนาดจอ 27 และ 32 นิ้ว แต่

Add caption




นอกจากสเปคเทพ ดีไซน์ก็ล้ำมาก และด้านหลังของจอถูกตกแต่งด้วยไฟ infinity core ที่สามารถปรับแสงได้ถึง 52 สี 5 รูปแบบการแสดงสี

Odyssey G9 ราคา 45,900 บาท
Odyssey G7 รุ่น 32 นิ้ว 18,900 บาท และ รุ่น 32 นิ้ว 20,900 บาท

วางขายแล้วที่ร้านค้าไอทีชั้นนำ

เกาหลีใต้เตรียมจำหน่าย Galaxy Buds Live สี Bright Red


หลังจากที่ปล่อย Galaxy Note 20 5G สีแดงมาให้ได้ตื่นเต้นกันแล้ว รอบนี้ทาง KT Telecom ก็ได้เปิดตัว Galaxy Buds Live สีพิเศษ Bright Red สีแดงจัดจ้านสวยงาม

เตรียมวางจำหน่ายในเกาหลีใต้เป็นที่แรก และคาดว่าจะวางจำหน่ายทั่วโลก เหมือน Galaxy Buds Plus สีแดง เช่นกัน

เห็นแล้วใจสั่นมากกกก

เป็นเจ้าของ OPPO Reno3 Pro สมาร์ทโฟนถ่ายรูปชัด ดีไซน์สวยเข้ากับทุกเทรนด์แฟชั่นในราคาพิเศษเพียง 13,990 บาท


OPPO Reno3 Pro สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องหน้าคู่ชัดสุด 44MP รุ่นแรกของโลก ภายใต้สโลแกน “Clear in Every Shot” กับการผสมผสานแฟชั่นและเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว พร้อมจอแสดงผลแบบ Dual Punch-hole Super AMOLED ที่มีความสวยงามและเรียบง่าย และเป็นรุ่นแรกที่มี Ultra Night Selfie Mode ในกล้องหน้า พัฒนาการเซลฟี่ให้ไร้ขีดจำกัดในทุกสภาพแสง อีกทั้งยังมี Dual Lens Bokeh เซลฟี่ได้สวยละลายพื้นหลังได้เนียนแบบมีมิติ ในส่วนของกล้องหลังก็ให้มาถึง 4 ตัว คมชัดสูงสุด 64MP มาพร้อมฟังก์ชั่นมากมาย ให้คุณถ่ายภาพได้คมชัดทุกสถานการณ์ทั้งภาพบุคคล ที่ละลายหลังได้สวยเป็นธรรมชาติ, ภาพมุมกว้างด้วยโหมด Ultra Wide Angle, ไกลแค่ไหนก็ยังชัดด้วยฟังก์ชั่น Zoom ที่สามารถซูมได้ถึง 20 เท่า และภาพกลางคืนที่ถ่ายได้อย่างคมชัดแม้แสงน้อยด้วย Ultra Dark Mode รวมถึงฟังก์ชั่น Ultra Clear 108MP Image เพิ่มคุณภาพการถ่ายภาพให้เก็บได้ทุกรายละเอียด รวมทั้งถ่ายวิดีโอได้นิ่งทุกช็อตด้วย Ultra Steady Video 2.0 พร้อมกับฟังก์ชั่นที่เพิ่มมาให้การถ่ายวิดีโอสนุกยิ่งขึ้นทั้ง Video Bokeh, Video Zoom และ AI Beauty Mode รวมถึงแอป SOLOOP แอปสำหรับคนที่ชอบตัดต่อวิดีโอเสมือนมืออาชีพได้ง่ายๆ 
OPPO Reno3 Pro มาพร้อมสี 3 สี  Auroral Blue, Midnight Black และ Sky White Limited Edition มาพร้อม RAM 8GB, ROM 256GB และเทคโนโลยีชาร์จไว 30W VOOC Flash Charge 4.0 ที่สามารถชาร์จแบตได้ 50 เปอร์เซ็นต์ภายใน 20 นาที
และหากใครไม่อยากพลาดสมาร์ทโฟนดีไซน์สวย ฟังชั่นครบ ที่ตอบโจทย์ในทุกด้าน ก็สามารถเป็นเจ้าของ OPPO Reno3 Pro ได้แล้วในราคา 13,990 บาท จาก 18,990 บาท หาซื้อได้ง่ายๆ ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/oppothai/

อั๊ยย่ะ! OPPO Find X2 Pro คว้ารางวัล EISA ADVANCED SMARTPHONE 2020 – 2021 ใน EISA AWARDS


European Image and Sound Association หรือ EISA สมาคมที่เกิดจากการรวมตัวกันของนิตยสาร 61 รายที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมากที่สุดในโลก


ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่พยายามยกระดับ และก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอๆ สำหรับ OPPO ซึ่งล่าสุดก็ได้ขยับตัวเองขึ้นมาทำตลาดสมาร์ทโฟน Hi-end กับเค้าบ้าง ด้วยภาพลักษณ์ที่หรูหรา คุณภาพดี วัสดุพรีเมียม 


“OPPO Find X2 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์ที่โดดเด่นสวยงาม โดยเฉพาะพื้นผิวแบบหนัง (vegan leather) ที่มอบประสบการณ์ที่ไม่มีใครเทียบเคียง โดยรุ่นนี้ไม่เพียงแค่เป็นสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดของ OPPO แต่ยังเป็นรุ่นที่มีความโดดเด่นเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดพรีเมียมอีกด้วย” EISA กล่าว
“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับรางวัลจาก EISA เป็นครั้งแรกและรู้สึกดีใจที่ OPPO Find X2 Pro ได้รับความสนใจจากทุกท่าน โดย OPPO มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบให้แก่ผู้ใช้ เราจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราให้มีความเป็นนวัตกรรมในทุกๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ด้านหน้าจอ การถ่ายภาพ การชาร์จ ระยะการใช้งานของแบตเตอรี่ และ ดีไซน์ เกิดเป็น OPPO Find X2 Series ที่จะเป็นมาตรฐานใหม่ของสมาร์ทโฟน ด้วยหน้าจอที่คมชัด ลื่นไหลและให้ความเป็นมืออาชีพ มอบอีกขั้นของประสบการณ์ด้านหน้าจอและการใช้งานในยุคของ 5G” Maggie Xue, President of OPPO Western Europe กล่าว


OPPO Find X2 Pro มาพร้อมหน้าจอ QHD+ AMOLED screen และรองรับ 120Hz refresh rate ถือเป็นหนึ่งในหน้าจอที่คุณภาพดีที่สุดในตลาด อีกทั้งยังมาพร้อม Ultra Vision Camera System มอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ล้ำสมัยและใช้งานได้หลากหลาย ขับเคลื่อนด้วย Qualcomm® Snapdragon™ 865 รุ่นแฟล็กชิพและระบบ Qualcomm® Snapdragon™ X55 5G Modem-RF พร้อม 65W SuperVOOC 2.0 flash charge ที่ออกแบบและพัฒนาโดย OPPO เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นให้แก่ผู้บริโภค
โดย EISA เป็นสมาคมอิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลก เกิดจากการรวมตัวจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในหลากหลายรูปแบบเพื่อส่งมอบมุมมองระดับโลกในตลาดอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้บริโภค และเป็นเวลาเกือบ 40 ปีที่ EISA Awards ได้ให้คำแนะนำในการซื้อสำหรับผู้บริโภคที่มีความสนใจในด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย นอกจากนี้ EISA Awards จะมีการคัดเลือกรางวัลในทุกๆ ปี จากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากนิตยสารและเว็บไซต์ชั้นนำถึง 61 ราย ในด้านการถ่ายภาพ, วิดีโอโฮมเธียเตอร์, เครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์, Hi-Fi, In-Car และ Mobile Electronics จาก 29 ประเทศ โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญนี้จะทำงานโดยอิสระแต่ยังทำงานร่วมกันภายใต้ EISA
โดยสามารถเป็นเจ้าของ OPPO Find X2 Series 5G ได้ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ มาใน 2 รุ่น คือ OPPO Find X2 5G พิเศษ 29,990 บาท จากราคาปกติ 33,990 บาท และ OPPO Find X2 Pro 5G ราคา 40,990 บาท
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/oppothai/  

NIKE เตรียมขาย Air Zoom Tempo Next% & Tempo Next% Flyease ในไทย!



NIKE ออนไลน์สโตร์ เตรียมวางจำหน่าย รองเท้าวิ่งซ้อมเพื่อทำความเร็วที่จะมาแทน Zoom Pegasus Turbo แล้วครับ!

โดยจะเป็นรุ่น Tempo Next% และ Tempo Next% Flyease ซึ่งตัว Flyease จะพิเศษหน่อยตรงที่เราไม่จำเป็นต้องผูกเชือกรองเท้าเลยครับ มาอ่านรายละเอียดกัน


สี : White/Hyper Violet/Flash Crimson/Black

Nike Air Zoom Tempo Next%

ผสมผสานความทนทานเข้ากับดีไซน์ที่ช่วยผลักดันสถิติส่วนตัวของคุณ ผลลัพธ์ที่ได้คือรองเท้าที่รังสรรค์ขึ้นแบบรองเท้าวิ่งแข่ง แต่ก็ผลิตมาเพื่อกิจวัตรการเทรนนิ่งประจำวัน

link : [ กดเลย ]


สี : Particle Grey/Pure Platinum/Bright Crimson/White
สี : Black/Volt/White


Nike Air Zoom Tempo Next% FlyEase


สี : White/Spruce Aura/Hyper Violet/Flash Crimson
สี : White/Spruce Aura/Hyper Violet/Flash Crimson


ที่ตอบสนองได้ดีเป็นพิเศษ ดีไซน์มาเพื่อช่วยดึงศักยภาพของคุณออกมาให้มากที่สุดจากการวิ่งเทรนนิ่ง คุณจึงวิ่งได้อย่างมั่นใจในการแข่งขันครั้งถัดไป (หรือครั้งแรก) คู่นี้มีช่องสวมและกลไกของเชือกรองเท้าด้านใน คุณจึงใส่รองเท้าได้โดยใช้มือเพียงข้างเดียว ดึงห่วงหนึ่งเพื่อให้กระชับ อีกห่วงเพื่อให้คลายออก

link : [ กดเลย]


สนนราคาทั้งคู่อยู่ที่ 7,000 บาทนะครับ ในเวปจั่วหัวว่าวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ อาจจะเป็นวันนี้ก็ได้นะ !

Vivo X50 Pro มาพร้อมระบบกันสั่น Gimbal คาดว่าจะขายในไทยเร็วๆ นี้

 Vivo X50 Pro จากสมาร์ตโฟนต้นฉบับ APEX สู่สมาร์ตโฟนสุดล้ำมาพร้อมระบบกันสั่น  Gimbal ที่ผลิตและวางจำหน่ายจริง และคาดว่าจะขายในไทยเร็วๆ นี้




    

    Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ที่มุ่งเน้นสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำ เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน ให้กับผู้บริโภค ในทุกๆ ปี Vivo จะมีการเปิดตัวนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่คิดค้นได้ก่อนใครเป็น เจ้าแรกๆ กับโปรดักซ์ Vivo APEX หรือคอนเซ็ปสมาร์ตโฟนทีเป็นสมาร์ตโฟนแห่งอนาคต ที่จะนำมาพัฒนาและต่อยอดจนสามารถนำมาวางจำหน่ายได้จริง ในเวลาอันรวดเร็ว 





    ช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมา Vivo ได้เปิดตัวคอนเซ็ปท์สมาร์ตโฟนสุดล้ำอย่าง Vivo APEX 2020  Vivo ประสบความสำเร็จ ในการคิดค้นและพัฒนาระบบ Gimbal ระบบกันการสั่นสะเทือนข้างในกล้องหลักของ APEX 2020 ผ่านระบบการป้องกัน การสั่นไหวในทิศทางที่เอียงไปด้านหน้า - ด้านหลัง และด้านซ้าย - ด้านขวาด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น  การทดสอบทางแลป แสดงให้เห็นว่า เมื่อเปรียบเทียบกับระบบ OIS แบบเดิม ๆ แล้ว มุมกันการสั่นไหวนั้นกว้างออกมากถึง 200% และทำให้ผู้ใช้ สามารถคงความคมชัดของภาพไว้ได้อย่างดีเยี่ยม และในเวลาต่อมาอีกไม่กี่เดือน นวัตกรรมระบบกล้องกันสั่น Gimbal เป็นฟังก์ชั่น ที่มาอยู่ในเครื่องที่วางจำหน่ายจริงรุ่นล่าสุด อย่าง Vivo X50 Pro ที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้บริโภคเป็นอยางมาก เรียกได้ว่า  Vivo ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่คิดค้นได้มาวางจำหน่ายจริงได้อย่างรวดเร็ว





    วิวัฒนการและการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีของ Vivo ที่ Vivo นำมาเปิดตัวในรุ่นของ Vivo APEX หรือคอนเซ็ปสมาร์ตโฟน ที่เป็นสมาร์ตโฟนแนวคิดต้นฉบับ ในปี 2017 Vivo ได้มีการเปิดตัวเทคโนโลยีสุดล้ำ การปลดล็อก หน้าจอแบบใต้จอ Vivo Under Display Fingerprint Scanning Solution (Vivo Under Display) ทำงานโดยการสแกนลายนิ้วมือ ภายใต้จอแสดงผลได้ เป็นโซลูชั่นปลดล็อคลายนิ้วมือใหม่ที่ใช้เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ Qualcomm อัลตราซาวนด์จากเซ็นเซอร์ สามารถเจาะหน้าจอ OLED ขนาด 1.2 มม. เพื่อจดจำลายนิ้วมือของผู้ใช้ได้ เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีจดจำลายนิ้วมือแบบ capacitive และ optical ที่แพร่หลายในอุตสาหกรรมแล้ว 





    ต่อมาในปี 2018  Vivo ได้ต่อยอดและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงได้เปิดตัวคอนเซ็ปท์สมาร์ทโฟนไร้น็อทช์  และไร้กรอบ รุ่นแรกของโลกที่งาน MWC 2018 ด้วย Vivo APEX 2018 ซึ่งได้รับ ความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างท่วมท้น เพราะเป็น ความกล้าที่จะคิดนอกกรอบ สมาร์ตโฟน Vivo APEX 2018 FullView™ เป็นมิติใหม่ แห่งการออกแบบสมาร์ตโฟน เพราะหน้าจอ ที่เต็มจออย่างแท้จริงโดยไม่มีอะไรบดบัง นอกจากนี้ยังต่อยอดเทคโนโลยีการสแกนนิ้วมือใต้จอ อย่างเช่น Half-Screen In-Display Fingerprint Scanning รวมถึงเทคโนโลยีใหม่กล้องหน้าแบบเลื่อนอัตโนมัติ (Elevating Front Camera) และการซ่อนเซ็นเซอร์ระยะ และเซ็นเซอร์แสง จึงช่วยลดการใช้พื้นที่บริเวณกล้องหน้าโดยยังคงมอบประสบการณ์การถ่ายภาพเซลฟี่ที่ไม่ต่างจากเดิม และในปี เดียวกันนั้น Vivo ก็ได้นำเทคโนโลยีนี้เปิดตัวในสมาร์ตโฟนรุ่น Vivo NEX S และ Vivo X21 ที่วางจำหน่ายจริง




    ปี 2019  Vivo ได้เปิดตัวคอนเซ็ปท์สมาร์ตโฟนสุดล้ำอย่าง Vivo APEX 2019 ที่มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำโค้งมน ไร้เหลี่ยม ไร้รู ไร้พอร์ท ไร้ปุ่ม และไร้รอยต่อ ซึ่งตัดปุ่มทั้งหมดบนตัวเครื่องทิ้งไป ไม่ว่าจะเป็นรูตะแกรงลำโพง, รูหูฟัง, พอร์ท USB, ปุ่มปรับเสียง และปุ่ม Power บวกกับตัวเครื่องแบบ Unibody ที่ใช้วัสดุเป็นกระจกแบบไร้รอยต่อ มีความโค้งมนไร้เหลี่ยม ทำให้มันกลาย เป็นมือถือที่ดูหรูหราพรีเมี่ยมสุดๆ และหลังจากเปิดตัวดีไซน์แบบ Unibody ไปไม่นาน ในปีเดียวกันนั้น Vivo ก็ได้ ผลิตสมาร์ตโฟนไร้รอยต่อ ไร้ปุ่มกดออกมา และวางจำหน่ายจริงในสมาร์ตโฟนที่ชื่อรุ่นว่า Vivo NEX 3




    นวัตกรรมและเทคโนโลยีเหล่านั้นได้การันตีว่า Vivo ถือเป็นแบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำที่สามารถคิดค้นนวัตกรรม และ เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร และสามารถผลิตมาวางจำหน่ายจริงแก่ผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งล่าสุดกับเทคโนโลยีระบบ Gimbal กล้องกันสั่นระดับไฮเอนจ์ที่มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษที่มากมายและทำประสิทธิภาพออกมาได้อย่างดีเยี่ยม โดยเทคโนโลยีนี้ได้มาอยู่ ในรุ่นเรือธงล่าสุดอย่าง Vivo X50 Pro ซึ่งอาจจะเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ  นี้ 




    

 


วิธีตั้งค่า ไลน์แจ้งเตือน "การโทร" หลังอัพ Android 10 ใช้งานได้ 100%

หลังอัพเดต Android 10 ส่วนใหญ่จะพบปัญหาเวลามีสายโทรไลน์เข้ามา แล้วไม่มีป๊อปอัพแจ้งเตือน มาแค่เสียง หาที่กดรับสายไม่ได้ 


จากที่ งมและทดสอบ อยู่นาน จนตอนนี้สามารถกลับมาใช้งานได้แล้ว

วิธีดังนี้ 

เข้าแอพฯไลน์ ไปที่ตั้งค่า เลื่อนหาเมนู Notifications (การแจ้งเตือน) กดเข้าไป 





เลือก Calls (โทร) กดเข้าไป ตั้งค่าตามรูป 4





ไปที่ Setting ของเครื่อง เลือก Notifications เลื่อนลงหา Tip 6





จิ้มที่ถังขยะ(ตามรูป) แล้วหาแอพฯ ไลน์ ติ๊กที่แอพฯไลน์แล้วกด ลบ





Samsung Care+ บริการเสริมใหม่ เพื่อลูกค้าซัมซุง

นอกจากซัมซุงจะเพิ่งวางจำหน่ายรุ่นเรือธง Samsung Galaxy Note20 series อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ซัมซุงประเทศไทย ยังออก Samsung Care+ บริการเสริมใหม่ เพื่อความอุ่นใจสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ซัมซุงอีกด้วย


Samsung Care+ ครอบคลุมการให้บริการดังต่อไปนี้
📌 บริการส่งช่างเทคนิคจากศูนย์บริการซัมซุงถึงบ้าน
📌 บริการตรวจเช็คเครื่อง 82 รายการด้วยโปรแกรม IQC
📌 ฟรี! ประกันความเสียหายต่อตัวเครื่องอันเกิดจากอุบัติเหตุ คุ้มครองสูงสุดต่อปีเท่าราคาเครื่องโทรศัพท์ที่ทำประกัน หรือ จำนวนเอาประกัน 5 หรือ 10 ครั้ง ตามแต่ระยะเวลาสัญญา 
*** เงื่อนไขการรับสิทธิ์ Samsung Care+ ต้องลงทะเบียน ภายใน 14 วันนับจากวันซื้อเครื่อง ***

สำหรับราคาของ Samsung Care+ จะแบ่งตามราคาของเครื่อง Samsung Galaxy โดยแบ่งเป็น

🔹️Bronze สำหรับราคาเครื่องไม่เกิน 6,000 บาท
🔹️Silver สำหรับราคาเครื่องตั้งแต่ 6,001 - 11,000 บาท
🔹️Gold สำหรับราคาเครื่องตั้งแต่ 11,001 - 21,000 บาท
🔹️Platinum สำหรับราคาเครื่องตั้งแต่ 20,001 บาทขึ้นไปยกเว้น Galaxy Fold, Z Filp, Z Fold2
🔹️Daimond สำหรับ Galaxy Fold, Z Filp, Z Fold2

โดยลูกค้าสามารถเลือกระยะเวลาบริการ Samsung Care+ ได้ระหว่าง 1 ปี หรือ 2 ปี โดยทั้งสองระยะเวลาจะมีค่าบริการในการเครมประกัน 879/ 1,779/ 4,499 บาท ตามระดับของราคาเครื่องที่สมัครบริการ

ลูกค้าที่ซื้อ เครื่อง Samsung Galaxy ทุกรุ่นสามารถซื้อบริการ Samsung Care+ ได้เพิ่มเติมที่ Samsung Experience Store ทุกสาขา ภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันซื้อเครื่อง

วิเคราะห์... คุ้มไหม ถ้าจะซื้อ Samsung Care+ เพิ่ม
ยกตัวอย่าง ถ้าซื้อ Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G 256gb ต้องชำระค่า Samsung Care+ จำนวน 2,939 บาท สำหรับระยะเวลาบริการ 1 ปี

ในเวลา 1 ปีเราสามารถเครมซ่อมเครื่องจากอุบัติเหตุได้วงเงินรวม 42,900 บาท เท่ากับว่า สามารถเปลี่ยนจอหากจอแตกได้ประมาณ 5 ครั้ง หากทำจอแตก เมื่อเข้ารับบริการ จะเสียแค่ค่าบริการ 1,779 บาทเท่านั้น (ค่าจอ 8,500 บาท) ทำให้จ่ายค่าเปลี่ยนต่อครั้งถูกลงประมาณ 6,700 บาท หรือ 

หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรง จนไม่สามารถซ่อมเครื่องของเราได้ เราจะสามารถเครมเครื่องใหม่ได้โดยเสียเพียงค่าบริการ 1,779 บาทเท่านั้น (กรณีเครมครั้งแรก)

ทั้งนี้...คุ้มหรือไม่คุ้ม ขึ้นอยู่กับการใช้งานและวิจารณญาณของแต่ละบุคคล (ส่วนผม...ซื้อเรียบร้อย)

Vivo ครองยอดขายสมาร์ตโฟนในไทย อันดับ 2 Q2 ปี 2020

 


Canalys เผยข้อมูลยอดขายสมาร์ตโฟนในประเทศไทย (นับจำนวนเครื่อง) ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 Vivo ครองยอดขายขึ้นเป็นอันดับ 2 ในประเทศไทย โดยมีอัตราการเติบโตถึง 26%


Canalys บริษัทวิเคราะห์ตลาดเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก รายงานผลการวิเคราะห์ตลาดสมาร์ตโฟนในประเทศไทย โดยอิงจากหน่วยการจัดส่งของแต่ละแบรนด์ในไตรมาสล่าสุดว่า Vivo ยังคงครองตำแหน่งหนึ่งใน 3 แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยยอดส่งที่เติบโตในอัตราปีละ 20%


Vivo มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ โดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นอันดับแรก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้สมาร์ตโฟนในประเทศไทยได้อย่างตรงจุด และจากอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องของจำนวนยอดส่งนั้น ทำให้เห็นว่าที่ผ่านมาเราสามารถมอบประสบการณ์การใช้สมาร์ตโฟนและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างน่าพึ่งพอใจ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นว่าสมาร์ตโฟนของเราสามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง และเราจะยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภคต่อไป


Vivo ตระหนักถึงความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งานในแต่ละกลุ่ม เราจึงผลิตสมาร์ตโฟนซีรี่ย์ต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการของทุกกลุ่มผู้ใช้ อาทิ V Series ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Vivo โดยเน้นจุดเด่นที่กล้องหน้าและกล้องหลังคุณภาพสูงจนเป็นผู้นำทางด้านกล้องรวมถึงการออกแบบหน้าจอที่สวยงามโดดเด่นของรุ่น V อีกด้วย ต่อด้วย Y Series นำเสนอฟังค์ชั่นการใช้งานที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์การใช้สมาร์ตโฟนตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง รวมไปถึงรุ่นเรือธงอย่าง NEX Series ที่มากับเทคโนโลยีสุดล้ำ ฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์กับการใช้งานของผู้บริโภค


ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมานั้นจะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาดเกิดขึ้น แต่ Vivo ยังคงทำผลงานยอดขายในไตรมาสที่ 2 ปี 2020 ได้อย่างน่าพอใจ และเราเชื่อว่าสมาร์ตโฟนของเราจะยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคต่อไป ทั้งนี้เราจะยังคงสร้างสรรค์เทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การใช้สมาร์ตโฟนที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


จัดให้จุกๆ มาตามคำเรียกร้อง Samsung Galaxy Note20 Ultra สี Mystic White

หมดช่วง pre-order ไปเมื่อวาน ซัมซุงประเทศไทยไม่รอช้า จัดให้จุกๆตามคำเรียกร้องของแฟนๆ วางจำหน่าย Samsung Galaxy Note20 Ultra สีใหม่ สีขาว Mystic White ผ่านช่องทางออนไลน์ ร้านค้าในเครือของ Central ทั้ง Powerbuy Online และ Central Online 


เรื่อยเปื่อยรีวิวรวบรวมโปรโมชั่นทั้งสองช่องทางมาให้ ไปดูกันเลยจ๊า


โปรโมชั่นเมื่อจองผ่าน Central Online
1. รับฟรี หูฟัง JBL Free X มูลค่า 5,990 บาท (ของแถมจะจัดส่งไปพร้อมกับสินค้า) 
2. แลกคะแนน The 1 ลดเพิ่ม 12.5% ( เมื่อใช้คะแนนเท่ายอดซื้อ ) 
ลิงค์จอง : shorturl.at/apwHQ

โปรโมชั่นเมื่อจองผ่าน Powerbuy Online
1. เครดิตเงินคืนสูงสุด 35,000.-*
2. ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน + ลดเพิ่ม 5%*
3. ฟรี! หูฟัง JBL Free X มูลค่า 5,990.-*
4. แลกคะแนน THE1 ลดเพิ่มสูงสุด 12.5%*
5. รับคะแนน THE1 20x
6. ซื้อพร้อมเปิดเบอร์ Truemove H รับส่วนลดสูงสุด 8,000.-*
7. นำเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่ แลกรับส่วนลดสูงสุด 29,000.-*
โปรโมชั่นระหว่าง 21 ส.ค. - 6 ก.ย. 63 เฉพาะที่ powerbuy.co.th
ลิงค์จอง : shorturl.at/pCDEX

ซัมซุงจัดให้ จุกๆ ขนาดนี้ ใครกำลังมองหาสีขาวอยู่ อย่าลืมจับจองกันได้ ตามลิงค์ที่ลงไว้เลยครับ
***อย่างไรแล้วรุ่นที่นำมาจำหน่ายจะเป็นรุ่น Note20 Ultra LTE เท่านั้น ไม่สามารถใช้ 5G ได้นะจ๊ะ***

#CentralOnline #PowerbuyOnline #Samsung #Note20Ultra